TAXI METER - แท็กซี่มีเธอ
posted on 02 Jul 2008 19:59 by bunnychouchou

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องรู้สึกหงุดหงิดหัวใจกับบริการรถแท็กซี่ของบ้านเมืองเรา หลังจากฝนตกติดกันหลายชั่วโมง ฝนซึ่งตกต้องตามเวลา ช่วงเย็น ช่วงเลิกงาน ตกมันทุกวัน ตกซะอย่างกับว่าไม่เคยได้ตก ตกหนักขนาดนี้ อาจเกิดจากภาวะโลกร้อนก็เป็นได้ พอฝนตกก็จะเข้าสู่ภาวะโลกเปียก เปียกมันทั่วทุกหัวระแหง ไอ้ที่ไม่ต้องการให้เปียกก็เปียก
หลังเลิกงาน ทีแรกตั้งใจว่าจะไปเดินอัพเดตความรู้แถวสยาม แต่ก็ต้องติดฝน ไปไม่ได้ และเวลาเย็นแบบนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า การนั่งทานอาหารฆ่าเวลา รอฝนหยุดตก ก็ไปเพิ่มอาหารและน้ำหนักตัวกันไปจนครัวปิด ฝนก็ยังไม่หยุดตก แต่ไม่มีทางเลือกแล้ว ต้องกลับบ้านแล้วและต้องกลับให้ได้ ฝนเบาลงบ้างแล้ว เรากับพี่ๆ ที่ทำงานอีก 5 คน ก็เริ่มออกไปยืนรอแท็กซี่กัน
รอกันอยู่ 6 คน รอไปเกือบครึ่งชั่วโมง โบกรถแท็กซี่ทุกคันที่ขึ้นป้ายว่าว่าง
แต่ไม่มีคันไหนจอดเลย ...ทำไม? ก็ในเมื่อเขียนว่า ว่าง ทำไมไม่จอดรับผู้โดยสาร เคยคิดว่า ทำไมไม่เปลี่ยนจากคำว่าว่าง เป็นคำว่า พร้อม มันจะได้หมายความว่าพร้อมบริการรับส่งคน
คำว่า ว่าง เห็นแล้ว งง หงุดหงิดว่า ทำไมมันไม่จอดรับ ว่างทำไมไม่นอนอยู่เฉยๆ ออกมาขับรถให้มันติดเล่นเพื่ออะไร ยิ่งสำหรับเรา คนที่ตัวเปียก อิ่ม ง่วงนอน เหนื่อยทั้งวันกับการทำงาน แถมมีของที่ไม่พร้อมจะเปียกอยู่ในกระเป๋าด้วยแล้ว มันยิ่งรู้สึกว่า โอ๊ย!!! ทำไมไม่มีใครจอดรับบ้างเลย ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ดูนาฬิกานี่มัน สี่ทุ่มแล้ว มารอกันตั้งแต่ สามทุ่ม พวกเราเลยตกลงกันว่า แบ่งเป็น 2 ทีม ดีกว่า เพราะไปกันคนละทางอยู่แล้ว เรียกพร้อมกันอย่างนี้ ไม่มีใครจอด ว่าแล้วก็ ได้ทีมเอ กับทีมบี ขึ้นมา แบ่งเป็นทีมละ 3 คน ตกลงได้ดังนั้น พี่ทีมเอ ก็ข้ามถนนไปอีกฝั่ง เพื่อรอรถ ส่วนตัวเรานั้น อยู่ในทีม บีผ่านไปอีก 15 นาที หลังจากแบ่งทีม ก็ยังไม่มีใครเรียกรถได้เลย มีแบบว่า โบกแล้วจอด พอบอกว่า ไปดินแดง ก็ไม่ไป ไป town in town ก็ไม่ไป ก็เลยถามว่า แล้วพี่จะไปที่ไหนคะ พวกหนูไปด้วยได้มั้ย ขอไปหน่อย อยากไปจากตรงนี้ แล้วคนขับก็ขับรถออกไปเลย เออ ..งง เป็นอย่างนี้อยู่หลายคันมาก ทั้ง 2 ทีมยังไม่มีใครได้กลับบ้าน ทีมเรา(บี)จึงตัดสินใจข้ามถนนไปหาทีมเอ เพราะดูแล้วมีรถผ่านมามากกว่า พอข้ามไปได้ซักพัก ทีมเอตัดสินใจทิ้งทีมบีอีกครั้ง ด้วยการข้ามกลับไปฝั่งเดิม ผ่านไปอีกหลายนาที ยังไม่มีใครได้ไปไหนเหมือนเดิมไม่มีคันไหนจอดเลยด้วย แต่ทางทีมเรา(บี) ก็ยังพยายามอย่างไม่หยุด โบกอยู่ตลอด แม้จะไม่เป็นผล มองไปอีกฝั่งเห็นทีมเอกำลังพยายามอยู่เช่นกัน และแล้วทีมเอก็มีความหวังขึ้นมา มีรถแท็กซี่กำลังลดความเร็วลง เปิดไฟกระพริบให้สัญญาณว่ากำลังจะจอด และในระยะ 10 เมตรสุดท้ายรถคันเดิมเร่งความเร็วขึ้นเท่าที่จะเร็วได้ ตั้งใจเหยียบน้ำที่นองอยู่ที่พื้นถนนให้กระเด็นเปียก แล้วขับหนีไปเลย เขาคงคิดในใจว่า นี่เอาไปเลย อยากโบกดีนัก อยากกลับบ้านกันนักใช่มั้ย เปียกให้หมดเลย 3 คนไอ้พวกอยากกลับบ้าน เราทีมบี มองเห็นเหตุการณ์ก็หัวเราะกันกร๊ากใหญ่ เรื่องมันไม่น่าขำนะ แต่มันเหมือน มาทำให้อยาก แล้วจากไป แต่ที่หัวเราะเพราะ อารมณ์ในตอนนั้น มันเปียก มันปลง เริ่มหนาวด้วย แล้วยังมาซ้ำเติมกันอีก เราแอบคิดในใจว่า เอ๊ะ! สมาคมแท็กซี่โกรธอะไรพวกเรารึเปล่า เพราะทุกคันพร้อมใจกันไม่รับผู้โดยสาร ไม่ว่าจะปลายทางไหนก็ตาม ผ่านไปอีกหลายนาที ชาวต่างชาติรูปหล่อ 2 คนก็โบกแท็กซี่ตัดหน้าแย่งทีมเอ ไปต่อหน้าต่อตา เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นจากทีมเรา(บี) อีกครั้งกร๊ากกกกกกกกกกก และ มีเสียงโวยวายดังข้ามมาถึงอีกฝั่งถนนของทีมบี แต่นั่นก็ไม่ผิดนะ เพราะแท็กซี่คันนั้นติด สติกเกอร์ I love farang ใช่แล้ว เราเป็นคนไทย เลยไม่ได้ขึ้น ก็แค่นั้นเอง แล้วเราทั้ง 2 ทีมก็ยืนมองแท็กซี่ผ่านไปผ่านมาอีกหลายคัน และทีมเรา(บี) จึงตัดสินใจข้ามถนนกลับไปฝั่งเดิมอีกครั้ง กลับมารวมกัน 6 คน แล้วก็มีเสียง พี่ในทีมเราพูดว่า เออนะ ชีวิตเป็นอย่างนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน มันส์ดี เราเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ถึงจะตัวเปียก ถึงจะหนาวแต่ก็ฮาดี นึกถึงตอนเล่นน้ำฝนกับเพื่อนๆ ครั้งล่าสุดก็ตั้งแต่สมัย ม.4 แล้วยังไม่เคยได้เปียกฝนด้วย สนุกด้วยอีกเลย ครั้งนี้รู้สึกดี สามัคคี ทำงานเป็นทีม เห็นใจกัน ช่วยเหลือกัน หัวเราะกันมันก็ดีไปอีกแบบ เราต้องคิดให้สนุกเข้าไว้ในสถานการณ์แบบนี้ แล้วไอ้เรื่องอย่างนี้มันคงไม่เกิดขึ้นทุกวันหรอก ก็ตลกดีเหมือนกัน แล้วยังทำให้พวกเรารู้ว่า แท็กซี่ที่ขึ้นป้ายว่าว่าง มันไม่ว่างเสมอไป พวกเราทั้งก็ยังยืนกันอยู่ตรงนั้น มีอยู่คันนึงเห็นในระยะ 50 เมตร พอยกมือขึ้นแค่ตั้งท่าจะโบก ไม่เพียงไม่จอดแต่ ยูเทิร์นรถกลับไปเลย เกิดอะไรขึ้น พวกคนขับโกรธอะไรผู้โดยสารกันนี่ รอไปสักพักก็มีป้าคนนึงเดินมาถามเสียงใส รอกันนานรึยังคะ เราก็พร้อมเพรียงเสียงใสตอบเช่นกัน นานแล้วค่ะ/ครับ ป้าก็ยิ้มและเดินจากพวกเราไป ยังไม่ทันพ้นสายตา ในระยะ 20 เมตร ข้างหน้าก็เห็นป้าโบกแท็กซี่ และขึ้นไปนั่งอย่างสบายใจ อีกแล้ว พลาดอีกแล้ว ตัดหน้ากันอีกแล้วคิดว่าหลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ การโบกตัดหน้า แต่พวกเราก็ยืนหัวเราะกันอีก เริ่มเสียจิต นิดๆ แต่ยังขำได้อยู่ไม่เป็นไร ตั้งใจเรียกรถกันต่อไป โบกพร้อมกันบ้าง ผลัดกันโบกบ้าง โบกเดี่ยว โบกคู่ เดี่ยวชาย เดี่ยวหญิง โบกมันทุกวิถีทาง และแล้วก็มีรถสีเหลืองคันงามมาจอด 1 คัน ทีมเรา(บี) เสียสละให้ทีมเอไปก่อน เพราะมีผู้หญิงสูงวัยอยู่ด้วย 1 คน นี่แหละคือการมีน้ำใจระหว่างเพื่อนรวมงาน เราต้องเป็นห่วงและดูแลกันเพื่อให้ทุกคนรอด อยู่รอดและปลอดภัย สักพักทีมเรา(บี) ก็ได้กลับบ้านบ้าง ด้วยรถแท็กซี่ฟ้าลิขิต ระหว่างทางพวกเรามีการสนทนากับคนขับในเรื่องการไม่จอดรับคน ในขณะที่รถว่าง หรือขึ้นป้ายว่า ว่าง มันผิดหรือไม่ มีกฎหมายในเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า และทำไมคนขับถึงต้องเลือกว่าเขาจะไปทางไหน หรือไม่ไปทางไหน ในเมื่อเลือกแล้วที่จะขับแท็กซี่ก็ต้องให้ผู้โดยสารมีสิทธิ์ในการเลือกจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่ว่า พอเปิดประตูรถปุ๊ป ให้ผู้โดยสารถามว่า พี่ไปดินแดงมั้ยครับ แต่มันควรจะเป็น ไปดินแดงครับพี่ เพราะเราไม่ใช่ขอติดรถไปฟรีๆ คือมันเป็นการแลกเปลี่ยนของบริการ กับเงินตรา และก็ไม่ใช่เรื่องที่ว่ามีเงินจะซื้อหรือจ้างได้ทุกอย่าง แต่มันเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนต่างหาก ในทางกลับกัน ก็มีวิธีแก้ปัญหาเพื่อไม่ไห้เสียเวลาโบกรถ หรือจอดรถ ก็ให้แท็กซี่ คันนั้นๆ ขึ้นป้ายบอกไปเลยว่าจะผ่านเส้นทางไหน เช่น ว่างไปทองหล่อ เพื่อให้คนที่จะไปทองหล่อเท่านั้นมีสิทธิ์โบกรถ แต่มันจะเป็นอย่างนั้นได้ไง ถ้าเป็นแบบนี้ก็ขึ้นรถเมล์เอาก็ได้ จะจ่ายแพงกว่ากันทำไม เราคิดว่างานบริการนั้นควรเต็มใจในการให้บริการ ไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง เพราะหากได้รับการเลือกปฏิบัติแล้ว อาชีพต่างๆ ที่เป็นอาชีพเกี่ยวกับงานบริการ ก็คงเลือกได้เช่นกัน
และเราก็ไม่อยากให้ไม่มีเธอนะ..แท็กซี่


